บทที่5 ระบบปฏิบัติการเครือข่าย
ระบบปฏิบัติการเครือข่าย
ความหมายระบบปฏิบัติการเครือข่าย
1.ระบบปฎิบัติเครือข่าย (Network
Operating System)
จากพัฒนาการของระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ เริ่มต้นด้วยการเชื่อมต่ออุปกรณ์ที่เรียกว่าดัมพ์เทอร์มินอล
(Dunp Terminail) เข้ากับเครื่องเมนเฟรม
จนปัจจุบันอุปกรณ์ระบบเครือข่ายข่ายคอมพิวเตอร์
ประกอบด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล เครื่องเวิร์คสเตชัน
เครื่องเซิร์ฟเวอร์อุปกรณ์เราเตอร์ สวิตซ์ และอุปกรณ์ต่อพ่วงอื่นๆ
ผ็ใช้งานคอมพิวเตอร์ในปัจจุบันจำเป็นต้องแชร์ข้อมูล ซึ่งกันและกัน
ข้อมูลที่แชร์นั้นต้องการระบบรักษาความปลอดภัยและการบริหารจัดการที่ดีจึงได้มีการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่แรกว่า
ระบบปฎิบัติการเครือข่าย หรือ NOS (Network Operating System) เพื่อทำหนาที่บริหารจัดการเครือข่ายซึ่งประกอบด้วยอุปกรณ์ต่างๆ มากมาย
ระบบปฎิบัติการในเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล หรือ Operating System จะทำหน้าที่จัดการเกี่ยวกับการเข้าใช้ทรัพยากรต่างๆ
ของโปรแกรมบนเครื่องคอมพิวเตอร์
ระบบปฎิบัติการเครือข่ายจะทำหน้าที่จัดการเกี่ยวกับการสื่อสารข้อมูลและการ เข้าใจทรัพยากรผ่านระบบเครือข่ายเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อเข้ากับระบบเครือข่ายจำเป็น
ต้องมีระบบปฎิบัติการ
เพื่อที่จะทำหน้าที่ทั้งจัดการทรัพยากรภายในคอมพิวเตอร์และระบบเครือข่ายโดย
ปกติแล้วคอมพิวเตอร์แม่ข่ายหรือเครื่องเซิร์ฟเวอร์ในระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์จะติดตั้งระบบปฎิ
บัติการเครือข่ายที่จะสามารถ บริหารจัดการบริการหลักของระบบเครือข่ายได้ดังนี้ คือ
1.1 บริการไฟล์ข้อมูลและการพิมพ์ (File and Print Services)
การทำงานระดับพื้นฐานของระบบปฎิบัติการเครือข่าย
คือการให้บริการในการแชร์เครื่องพิมพ์ ซึ่งมีความจำเป็นสำหรับหน่วยงานหรือองค์กรทั้งท่อยู่ในรูปแบบของเครือข่าย
แบบมีสายหรือเครือข่ายแบบไร้สาย
รวมถึงความสามารถในการให้บริการพื้นที่ในการจัดเก็บไฟล์ข้อมูล
และบริหารจัดการในการเข้าใช้โดยการระบุสิทธิในการเข้าถึงไฟล์ข้อมูลเข้าถึง
เครื่องพิมพ์ตามความสำคัญ
หรืออำนาจหน้าที่ของผู้ใช้t
1.2 บริการดูแลจัดการระบบ (Mangement Services)
ทำหน้าที่เกี่ยวกับการบริหารจัดการเครื่องคอมพิวเตอร์
อุปกรณ์เครือข่าย และสมาชิกหรือผู้ใช้ หรือการเชื่อมต่อกับเครือข่ายคอมพิวเตอร์
เพื่อเป็นการตรวจสอบข้อผิดพลาดและการเฝ้าระวัง บริการดูแลจัดการ
1.3 บริการรักษาความปลอดภัย (Security Services)
ปัจจุบันระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์
โดยเฉพาะระบบที่มีการเชื่อมต่อกับเครือข่ายอินเทอร์เน็ตด้วยแล้ว
จะมีความเสี่ยงรักษาความปลอดภัยของข้อมูลและระบบ ที่อาจจะถูกรบกวนจากบุคคลภายนอก
หรือแม้กระทั้งการจัดการกำหนด สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลให้กำผู้ใช้งานในองค์กรเอง
ระบบปฎิบัติการเครือข่ายที่ดีจึงควรมีฟังชั่นรักษาความปลอดภัยข้อมูลในเครือ ข่าย
รวมถึงฟังก์ชั่นในการกำหนดสิทธิของผู้ใช้และกลุ่มผู้ใช้งานเข้าถึงข้อมูล ด้วย
1.4 บริการอินเทอร์เน็ตและอินทราเน็ต (Internet and Intranet Services)
เครือข่ายคอมพิวเตอร์ในหน่วยงานหรือองค์กรปัจจุบัน
ส่วนมากต้องมีการเชื่อมต่อกับเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
หรืออย่างน้อยก็จะทำให้เครือข่ายคอมพิวเตอร์ให้บริการอินทราเน็ตรวมอยู่ด้วย
ดังนี้นระบบปฎิบัติการเครือข่าย จะต้องมีบริการด้านอินเทอร์เน็ต เพื่อรับรองบริการฟังก์ชั่นดังกล่าว
เช่น DNS Server, Web Server, Mail Server และ Ftp Server เป็นต้น
1.5 บริการมัลติโพรเซสซิงและคลัสเตอริง (Multiprocessing and Clustering Services)
มัลติโพรเซสซิ่ง : Multiprocessing ถือได้ว่าเป็นระบบมัลติโปรเซสเซอร์
คือ ระบบที่มี CPU มากกว่าหนึ่งตัวในเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายหรือเครื่องเซิร์ฟเวอร์
การที่เซิร์ฟเวอร์มี CPU หลายตัวจะช่วยนการทำงานของ Application
ที่ทำงานบนระบบทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นหากระบบปฎิบัติการเครือ
ข่ายและ Application ดังกล่าวรับรองบริการมัลติโปรเซสซิ่ง
คลัสเตอริง : Clustering
ในการให้บริการเครือข่ายหากต้องการเพื่องประสิทธิภาพในการทำงาน
ของระบบโดยรวมแล้ว บริการคลัสเตอริ่ง
เป็นรูปแบบที่เครื่องแม่ข่ายหรือเซิร์ฟเวอร์มีจำนวนหลายๆเครื่อง
มาช่วยกันทำงานงานใดงานหนึ่ง หรือหลายๆงาน จะช่วยให้ประสิทธิภาพของระบบดีขึ้น ทั้งในด้านทำงานในรูปแบบการให้บริการแทนกันได้
หากมีเครื่องใดเครื่องหนึ่งมีปัญหา
หรือการแบ่งงานจากเครื่องอื่นท่รับรองงานมากเกินไป
ระบบปฏิบัติการเครือข่ายประเภทต่างๆ
ระบบปฏิบัติการที่ใช้กันโดยทั่วไปใน ปัจจุบัน
อาจนำเอาไปใช้ได้กับคอมพิวเตอร์หลากหลายชนิด
ตั้งแต่เครื่องคอมพิวเตอร์ระดับใหญ่จนถึงอุปกรณ์คอมพิวเตอร์พกพาขนาดเล็ก
ซึ่งอาจแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท คือ
1.
ระบบปฏิบัติการแบบเดี่ยว ( stand – alone OS
)
2.
ระบบปฏิบัติการแบบเครือข่าย ( network OS )
3.
ระบบปฏิบัติการแบบฝัง ( embedded OS )
4.
ระบบปฏิบัติการแบบเดี่ยว ( stand – alone OS
)
เป็นระบบปฏิบัติการที่มุ่งเน้นและให้บริการสำหรับผู้ใช้เพียงคนเดียว
(เจ้าของเครื่องนั้น ๆ)
นิยมใช้สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ประมวลผลและทำงานแบบทั่วไป เช่น
เครื่องคอมพิวเตอร์ตามบ้านหรือสำนักงาน
ซึ่งจะถูกติดตั้งระบบปฏิบัติการนี้รองรับการทำงานบางอย่าง เช่น พิมพ์รายงาน ดูหนัง
ฟังเพลง หรือเชื่อมต่อเข้ากับอินเทอร์เน็ต เป็นต้น
ปัจจุบันพัฒนาให้มีคุณสมบัติที่เป็นลูกข่ายเพื่อขอรับบริการจากเครื่องแม่
ข่ายได้ด้วย
DOS (Disk
Operating System)
Windows
Unix
Mac OS X
Linux
ระบบปฏิบัติการแบบเครือข่าย
( Network OS )
ระบบปฏิบัติการแบบเครือข่าย
( network OS ) เป็นระบบปฏิบัติการที่มุ่งเน้นและให้บริการสำหรับผู้ใช้หลาย
ๆ คน ( multi - user ) นิยมใช้สำหรับงานให้บริการและประมวลผลข้อมูลสำหรับเครือข่ายโดยเฉพาะ
มักพบเห็นได้กับการนำไปใช้ในองค์กรธุรกิจทั่วไป
เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ติดตั้งระบบปฏิบัติการเหล่านี้เรียกว่า เครื่อง server
ซึ่งเป็นเสมือนเครื่องแม่ข่ายที่ให้บริการข้อมูลต่าง ๆ
ที่จำเป็นสำหรับผู้ใช้นั่นเอง
Windows Server
OS/2 Warp Server
Solaris
ระบบปฏิบัติการแบบฝัง
( embedded OS )
ระบบปฏิบัติการแบบฝัง ( embedded OS ) เป็นระบบปฏิบัติการที่พบเห็นได้ในอุปกรณ์คอมพิวเตอร์พกพาขนาดเล็ก
เช่น พีดีเอหรือ Smart phone บางรุ่น
สามารถช่วยในการทำงานของอุปกรณ์แบบไม่ประจำที่เหล่านี้ได้เป็นอย่างดี
เกิดขึ้นมาหลังสุดพร้อม ๆ
กับที่อุปกรณ์คอมพิวเตอร์พกพาเหล่านี้ได้รับความนิยมมากขึ้น
บางระบบมีคุณสมบัติที่ใกล้เคียงกับระบบปฏิบัติการแบบเดี่ยวด้วย เช่น
รองรับกับการทำงานทั่วไป ดูหนัง ฟังเพลงหรือเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้
ระบบปฏิบัติการแบบฝัง ( Embedded OS ) เรามักจะพบเห็นการใช้งานของระบบปฏิบัติการแบบฝังนี้กับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์
ขนาดพกพา เช่น Palm, pocket PC, Smart phone รวมถึงอุปกรณ์ขนาดเล็กอื่น
ๆ ซึ่งพอจะยกตัวอย่างได้ดังนี้
Pocket PC OS
(Windows CE เดิม)
Palm OS
Symbian OS
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น